Products

Ezerra PLUS

(อีเซอร์ร่า พลัส)

รายละเอียด

ครีมสำหรับเด็กที่มีปัญหาผิวแห้งมากๆ ขาดไลปิดในกลุ่มเซราไมด์ ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน อีเซอร์ร่า พลัส ไม่มีสารสเตียรอยด์ ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น ไม่มีสารกันเสียพาราเบน ไม่ระคายเคือง ปลอดภัยในเด็กเล็ก สามารถใช้เป็นประจำในระยะยาว

สารสำคัญใน อีเซอร์ร่า พลัส

ไตรเปปไทด์ช่วยฟื้นบำรุงผิว ด้วยการผลิตเปปไทด์ธรรมชาติ เช่น ฮิวแมนเบต้าดีเฟนซีน 2 และ ฮิวแมนเบต้าดีเฟนซีน 3 ที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของผิว

ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการยืนยันประสิทธิภาพของไตรเปปไทด์ในการกระตุ้นการผลิต ฮิวแมนเบต้าดีเฟนซีน 2 และ ฮิวแมนเบต้าดีเฟนซีน 3 ได้เพิ่มขึ้น 26% และ 10% ตามลำดับเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ทำให้ผิวหนังที่แห้งมาก ๆ กลับมาดูสุขภาพดี มีความชุ่มชื้นขึ้น ส่งผลให้เกราะผิวหนังทำหน้าที่ได้ดี

เอสเค อินฟลักซ์ คือ ไลปิดที่เป็นส่วนผสมของเซราไมด์ชนิด 1, 3, 6-II คลอเลสเตอรอล กรดไขมันอิสระ และไฟโตสฟิงโกซาย บรรจุในไบโอเมมเบรนที่มีโครงสร้างและสัดส่วนเหมือนไลปิดตามธรรมชาติในชั้นผิว การเติมส่วนผสมเซราไมด์สู่ชั้นผิวหนัง ช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวและความแข็งแรงให้เกราะผิวหนัง รวมทั้งเก็บกักความชุ่มชื้นในผิวได้ดีขึ้น

สเป็นเกรนแว็กซ์ เชียร์บัทเทอร์ และอาร์แกนออยล์ สูตรตำรับสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่าย ไวต่อการระคายเคือง

แซคคาไรด์ ไอโซเมอเรท สารสกัดธรรมชาติ จากอนุพันธ์กลูโคสของพืช เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่มีโครงสร้างเช่นเดียวกับสารเก็บกักความชุ่มชื้นธรรมชาติในชั้นผิวของเรา ได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดึงดูด เก็บกัก และรักษาสมดุลความชุ่มชื้นได้คงทนในทุกสภาวะแวดล้อม

จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า แซคคาไรด์ ไอโซเมอเรทเก็บกักความชุ่มชื้นได้เหนือกว่ากลุ่มควบคุม และกลุ่มเปรียบเทียบ เช่น ยูเรีย กลีเซอรีน อย่างมีนัยสำคัญ, p < 0.01b ในช่วงความชื้นสัมพัทธ์ระหว่าง 15-75% จึงช่วยปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน

วิธีใช้

ทาผิวหน้าและผิวกายได้บ่อยครั้งตามต้องการ หรือตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร

ขนาด

25 กรัม (เป็นผลิตภัณฑ์ที่แนะนำและวางจำหน่ายเฉพาะโรงพยาบาล และคลินิกเท่านั้น)

เอกสารอ้างอิง

a data on file, Patent of DSM Nutritional Products, Basel, Switzerland
b Dr Walter Smith Ph.D. Dermac Laboratory, Switzerland, 2000.
c data on file. AJINOMOTO Co., Inc. AminoScience Lab. 2003