Advertorial

“ผิวหน้าติดสเตียรอยด์
ปัญหา(ที่คิดไม่ตก)ของสาวยุคใหม่ว่าควรรักษายังไงดี?”

ปัญหาผิวติดสเตียรอยด์กำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆในยุคปัจจุบันที่ต้องการมีผิวหน้าสวยใสภายในระยะเวลาอันข้ามคืนโดยหารู้ไม่ว่า ครีมที่ใช้อยู่นั้นมี “สารสเตียรอยด์” ผสมอยู่ด้วยรึเปล่า พอใช้แล้วดีจึงติดใจใช้ต่อไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นปัญหาผิวบอบบางขึ้นมาหลังจากเลิกใช้ครีมเหล่านั้น

วันนี้เราจะมาดูกันว่า “ปัญหาผิวหน้าติดสเตียรอยด์” ควรได้รับการแก้ไขที่เหมาะสมอย่างไร ใบหน้าที่สวยใสจึงจะกลับคืนมา

ถ้าผิวหน้าติดสเตียรอยด์แล้วจะมีลักษณะอาการอย่างไร?
มาเช็คกันดีกว่าว่าตัวเราเข้าข่ายด้วยรึเปล่า...

ปัญหาผิวหน้าติดสเตียรอยด์ มักจะเกิดจากความตั้งใจหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการหาซื้อครีมที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์มาใช้ ซึ่งครีมนี้จะช่วยทำให้ผิวเราดูดีมีสุขภาพขึ้นในช่วงแรกๆ แต่พอผ่านไปสักระยะ เราจะรู้สึกว่าผิวแพ้ง่ายและบอบบางขึ้น ทำให้เราไม่สามารถหยุดใช้ครีมตัวดังกล่าวได้ผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง คือเราจะไม่สามารถทำอะไรกับผิวหน้าได้เลยเพราะผิวมีความอ่อนแอและเปราะบางมาก เวลาพบเจอฝุ่นละออง แสงแดด หรืออากาศที่ร้อนอบอ้าว ผิวจะแดงง่ายและเกิดอาการคันขึ้น อีกหนึ่งวิธีที่จะสังเกตได้ คือ เมื่อเราเลิกใช้ครีมตัวนั้น ผิวของเราจะมีผื่นผดเม็ดสีแดงเล็กๆ ขึ้นมา บางครั้งอาจมีจุดหนองเล็กๆขึ้นด้านในด้วย ที่สำคัญ คือ จะเกิดอาการคัน เนื่องจากผิวจะแห้งกร้านมาก บางคนอาจมีสิวขึ้นร่วมด้วยทั้งสิวอักเสบ และสิวอุดตัน แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดีให้ผิวหน้าที่แข็งแรงกลับคืนมา?

เพราะการใช้สารสเตียรอยด์มากเกินไป จะนำมาสู่การทำลายการสร้างเกราะป้องกันผิวของเราให้อ่อนแอลง

จากอาการข้างต้นที่กล่าวไปทั้งหมด เกิดจากอาการข้างเคียงของสารสเตียรอยด์ เมื่อเราหยุดใช้สารสเตรียรอยด์แล้ว ผิวหน้าของเราจึงไวเกินต่อสิ่งระคายเคืองต่างๆในสิ่งแวดล้อม ผิวของเราจึงเกิดอาการแพ้ ที่สำคัญคือผิวจะแห้งกร้านและนำมาสู่อาการคันจนผิวหนังอักเสบ การที่เราจะฟื้นบำรุงให้เกราะป้องกันผิวกลับมาทำงานได้ดีดังเดิมนั้น เราต้องคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว และต้องค่อยๆถอนการใช้สเตียรอยด์ โดยการปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวดีกว่าการที่เราจะหยุดใช้สารเหล่านี้เองแบบกระทันหัน